การทำการตลาดออนไลน์ผ่าน Shopee

– Shopee ตลาดซื้อขายแบบโซเชียลผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile First)

– กลยุทธ์การตลาด Shopee และ การสร้างแบรนด์

– การไม่ยึดติดกับ โมเดลธุรกิจ ในรูปแบบเก่าๆ เพิ่มคุณค่าในการบริการ

– แผนธุรกิจในการหารายได้ของ Shopee

– ประเมินอนาคตทางการค้าของ Shopee

 


 

Shopee ตลาดซื้อขายแบบโซเชียลผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile First)

Shopee นั้นเป็นตลาดซื้อขายแบบใช้โซเชียลและมุ่งเน้นการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถืออันดับแรก (Mobile First) เพื่อให้ทุกคนสามารถซื้อขายและเลือกดูได้อย่างสะดวก โดยเป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบขึ้นเพื่อชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการผสานคุณลักษณะของตลาดซื้อขายแบบผู้บริโภคสู่ผู้บริโภค (C2C) เข้ากับระบบการชำระเงินและการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ เพื่อให้การช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นเรื่องที่สะดวก ปลอดภัย และไร้ความยุ่งยาก
Shopee ดูแลโดยบริษัท Garena เป็นบริษัทมาจากประเทศสิงคโปร์  ซึ่งมีผู้ก่อตั้งคือ Forrest Li ใช้บริษัท SEA Ltd. ในการถือหุ้น นอกจากนี้ Garena ก็ยังเป็นผู้ให้บริการเกมออนไลน์เจ้าดังในประเทศไทยและยังเป็นเจ้าของแอปพลิเคชั่น TalkTalk ที่เป็นระบบสื่อสารด้วยภาพและเสียงแบบเรียลไทม์ ต่อมาในปี 2013 ได้เปิดตัว BeeTalk อีกด้วย กระทั่งเปิดตัว Shopee ที่กลายเป็นแพลตฟอร์มช็อปปิ้งแข่งขันกับ Lazada ของจีน และ 11 streets ของเกาหลีใต้ ไม่เพียงแค่นั้น พวกเขายังพัฒนาแอปพลิเคชั่น Wallet กระเป๋าเงินบนโลกอินเทอร์เน็ตอย่าง Airpay ที่เริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจังแล้ว
Shopee ในประเทศไทยถือว่าเป็น 1 ในประเทศแถบภูมิภาคอาเซียนที่โตเร็วมากๆ Garena ได้เปิดตัวเมื่อเดือนธันวาคม 2558 ปัจจุบันมีผู้ใช้มากกว่า 4 ล้านคน ภายใน 2 ปี มีสินค้าให้เลือกซื้อมากกว่า 3 ล้านรายการ ซึ่งถือว่าโตเร็วกกว่า Lazada ที่เข้ามาทำการตลาดก่อนหน้าเป็นอย่างมาก

 

 

สิ่งที่ทำให้ Shopee แตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นในตลาดอยู่ตรงที่ความรวดเร็ว ความปลอดภัย และการนำเสนอสินค้าในราคาที่ถูกกว่า

        • ความรวดเร็ว – ผู้ซื้อสามารถติดต่อคุยกับผู้ขายได้โดยตรงผ่านข้อความแชต (LiveChat) สามารถสอบถามรายละเอียดของสินค้าได้
        • ความปลอดภัย – การซื้อขายผ่านแอปพลิเคชั่นที่มีความน่าเชื่อถือได้โดยมี Shopee ที่เป็นสื่อกลาง เมื่อเกิดปัญหาก็สามารถสอบถามทาง Shopee ได้โดยตรง
        • สินค้าที่ถูกกว่า – ทาง Shopee นั่นมีการแจกโค้ดส่วนลด รวมถึงผู้ขายเองก็สามารถลดได้เองเช่นกัน ตรงส่วนนี้ถือว่าแข่งขันกันสูงไม่ว่าจะเป็น Lazada หรือ 11 Streets ซึ่งทางผู้ซื้อก็ควรที่จะต้องลองเช็คราคาจากหลายๆ แหล่งก่อน
ปัจจุบัน Shopee ให้บริการอยู่ทั้งหมด 7 ประเทศ ประกอบด้วย เวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และประเทศล่าสุดก็คือไทย มียอดผู้สมัครใช้งานกว่า 4 ล้านราย แต่ทางผู้ให้บริการไม่ได้แยกว่าคนที่สมัครเข้ามาเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขาย 

 

 

คู่แข่งของ Shopee ในประเทศไทยทุกวันนี้ ที่เห็นได้เด่นชัด

    1. Lazada
    2. 11 Street
สำหรับในประเทศไทยก็ไม่ได้มี marketplace ที่มีนายทุนใหญ่หนุนอยู่มากนักและล่าสุดคู่แข่งอันดับที่ 3. ที่เข้ามาจับมือกับเซ็นทรัลนั่นคือ JD จากประเทศจีนนั่นเอง

 


 

กลยุทธ์การตลาด Shopee และ การสร้างแบรนด์

 

  1. เศรษฐกิจแบบดิจิตอล (Digital Economic) และ E-commerce ในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั้นมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีการเจริญเติบโตสูงอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งนี้ Shopee เองก็เล็งเห็นโอกาสนี้ ในการสร้างขุมกำลังของแบรนด์และวางความแตกต่างให้กับแบรนด์ของตน ให้แตกต่างจาก แพลตฟอร์มอื่นๆ e-commerce อื่นๆ การพัฒนาการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ เพิ่มการเจริญเติบโตและเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซนี้ 
 
  1. กลยุทธ์เน้น Mobile First เพื่อเป็นแต้มต่อทางธุรกิจการเจริญเติบโตที่มากขึ้นของการใช้งานมือถือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไต้หวัน Shopee นั้นใช้กลยุทธ์เจาะไปในเรื่องของเส้นทางการซื้อของผู้บริโภค (Consumer Journey) ที่เข้ามาใช้  Shopee App ผ่านทาง โทรศัพท์มือถือ
Application ทางโทรศัพท์มือถือหน้าตาสะอาดเรียบง่าย รวมไปถึงการออกแบบเพื่อให้ใช้งานง่ายที่สุดและการเข้าถึงลูกเล่นต่างๆใน Application ทำได้ง่ายและรวดเร็วด้วย
 
  1. กลยุทธ์การเน้นที่ผู้ใช้เป็นหลัก (User Centered Design) อินเตอร์เฟส หน้าจอสำหรับใช้งาน จะต้องมีความเชื่อมโยงความสัมพันธ์กันและให้ประสบการณ์ที่ดีทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เริ่มต้นการเดินทางจนไปถึงซื้อและการขาย
 
  1. กลยุทธ์ Hyper Localization การเจาะที่กลุ่มผู้ใช้ท้องถิ่นอย่างชัดเจน เพิ่มความน่าจดจำและประสบการณ์ในรูปแบบดิจิตอล
Shopping มีกลยุทธ์การตลาด ที่เน้นนโยบายในการสร้างสิ่งแวดล้อมและแคมเปญต่างๆเพื่อนเน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานในท้องที่นั้นๆ ที่มีความต้องการทางตลาดอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น
Shopee ในประเทศเวียดนาม
คนรุ่นใหม่ หรือ millenium ของประเทศเวียดนามนั้นมีจำนวนประชากร 30 เปอร์เซ็นต์ หรือ ประมาณ 27 ล้านคน ซึ่งคนเหล่านี้ ใช้อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือเป็นหลัก และ มีประสบการณ์การใช้โทรศัพท์มือถือ ซื้อ/ขาย สินค้าอยู่แล้ว Shopee เข้าไปเชื่อมความสัมพันธ์กับคนกลุ่มนี้ โดยออก แคมเปญ ที่เรียกว่า Month-Long Sales หรือ การลดราคา ทำโปรโมชั่น ที่มีระยะเวลายาวนานเป็นเดือน และ Shopee เลือกดาราที่ได้รับความนิยมของเวียดนาม มาเป็น แบรนด์แอมบาสเดอร์ ด้วย
 
Shopee ในประเทศไทย
บ้านเราการใช้เซเลปเข้ามาเป็นส่วนแนะนำแบรนด์ shopee เป็นที่นิยมและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากมาก  ผลสำรวจ 60 เปอร์เซ็นต์ได้รับการตอบสนอง ว่า พวกเขาเชื่อมั่นในเซเลบที่ให้คำแนะนำ ว่า ควรจะ ซื้อ/ขาย สินค้าผ่าน Shopee ไทยนั้นเป็นประเทศที่มีชนชาติ หรือ เชื้อชาติรวมอยู่หลากหลาย Shopee Thailand จึงเลือกลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ และ ลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย มาเป็นผู้ให้คำแนะนำและสนับสนุนแบรนด์ Shopee  ที่เราเห็นก็ คือ ณเดชและญาญ่า นั่นเอง
 
Shopee ในประเทศมาเลเซีย
การซื้อสินค้าออนไลน์มีการแข่งขันในเรื่องของการลดราคาและการออกโปรโมชั่น แบบ Flash Sale ค่อนข้างมาก ดังนั้น Shopee มาเลเซีย จึงออกต้องออกแคมเปญรายวัน ที่เรียกว่า Shocking Sale ซึ่ง จะ การันตี ว่า ราคาถูกที่สุดรวมถึง ฟรีค่าจัดส่ง และ ไม่จำกัดค่าใช้จ่ายขั้นต่ำด้วย

 

กลยุทธ์การตลาด Shopee

กลยุทธ์  Localization เป็นการมองเกินไปกว่าการออกแคมเปญทางการตลาด และ หมวดหมู่ของสินค้า เพราะ Shopee นั่นยังมุ่งตรงไปที่ Partner หุ้นส่วนทางธุรกิจที่เป็นธนาคารท้องถิ่นในแต่ละประเทศ เพื่อขอความร่วมมือในเรื่องของการชำระเงิน Payment
รวมไปถึงในเรื่องของโลจิสติกส์ Logistic หรือ การจัดส่ง Shopee เองก็เน้นความร่วมมือกับหุ้นส่วนทางธุรกิจในท้องที่นั้นๆ เพื่อจะได้ไม่เกิดข้อผิดพลาดหรือติดขัด และ ยังช่วยในเรื่องของการลดต้นทุนในการจัดส่งอีกด้วย
 

 

การไม่ยึดติดกับ โมเดลธุรกิจ ในรูปแบบเก่าๆ เพิ่มคุณค่าในการบริการ

 

  1. Shopee feed ในส่วนของหน้าฟีดของการซื้อขายสินค้าใน Shopee จะถูกทำให้เป็นเรื่องเฉพาะตัว เฉพาะบุคคลนั้น รายการสินค้ายังเปิดโอกาสให้กับผู้ใช้หรือลูกค้า สามารถกดติดตามหรือกดไลค์ได้ด้วย
 
  1. Shopee Live Chat ยังมีบริการแชทสด พูดคุยแบบโต้ตอบทันที โดยผ่านหน้าจอแชท ที่เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อและผู้ขายนั้นเชื่อมถึงกันและมีปฏิสัมพันธ์กันได้ โดยที่ผู้ซื้อสามารถได้รับการตอบจากผู้ขายแบบโดยตรง และ รวดเร็ว นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ซื้อกับลูกค้าของเขาอีกด้วย
 
  1. Shopee Mall เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นาน เป็นพื้นที่ที่อุทิศให้กับแบรนด์ต่างๆ รวมถึงผู้ขายชั้นดี Top Seller ใน Shopee ได้มีพื้นที่ในการแสดงสินค้าได้อย่างโดดเด่น
  2. Shopee Interface หน้าตาที่ดูพื้นๆ และ ใช้งานง่ายๆ ของระบบ สามารถช่วยให้ผู้ใช้มีความสัมพันธ์กับ shopee ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีผู้ซื้อใน shopee โดยเฉลี่ยต่อคนจะมีการสั่งซื้อสินค้ามากถึง 3.7 คำสั่งซื้อต่อเดือน
 
  1. Shopping University ถูกตั้งขึ้นเพื่อ จุดประสงค์ในการเข้าถึงกลุ่มของธุรกิจท้องถิ่นและผู้ประกอบการท้องถิ่น ที่ต้องการจะเข้ามาสร้างร้านค้าเป็นของตนเอง ในรูปแบบออนไลน์ มันจะเป็นระบบการสอนและติวเพื่อช่วยให้การทำธุรกิจเจริญเติบโต
 
  1. Shopee Support ในเรื่องของการ support หรือ การให้การสนับสนุน ให้คำแนะนำและช่วยเหลือ ผ่าน Shopee Seller Center ที่เป็นศูนย์กลาง ที่ที่ผู้ขายจะสามารถเข้ามาใช้เครื่องมือในการช่วยเหลือพวกเขา จัดการร้านค้าง่ายขึ้นและการจัดการในเรื่องของคลังสินค้า การติดตามคำสั่งซื้อ และ การบริหารจัดการในเรื่องของกำไรขาดทุน อีกด้วย
 
  1. Shopee Guarantee การการันตีนี้ มีการถูกสร้างขึ้นเพื่อที่จะปกป้อง ผู้ซื้อ ในการ ระงับการจ่ายเงินให้กับผู้ขายได้ ในกรณีที่ผู้ซื้อได้รับสินค้า ไม่ตรงกับเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้

 


 

แผนธุรกิจในการหารายได้ของ Shopee

แผนการสร้างรายได้ที่ “น่าจะเป็นไปได้” ของ Shopee ที่ใช้คำว่า น่าจะเป็นไปได้ เพราะว่า ในปัจจุบัน Shopee ยังไม่มีกำไรที่เห็นได้ชัด และ ยังไม่มีรูปแบบสร้างรายได้ที่ชัดเจนนัก
 
    1. การโฆษณา
    2. ระบบการจ่ายของตนเอง
ในข้อที่ 1. นั้นจะเข้ามาเป็นการสร้างรายได้หลักของ Shopee และ เป็นกลยุทธ์ที่มีนัยยะสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ค้า หรือพ่อค้าแม่ค้า เข้ามาเป็นผู้ซื้อโฆษณาได้ จะทำให้มีรายได้เข้ามาอย่างมหาศาล เหมือนกันกับที่ Google นั้นเอาชนะคู่แข่งอื่นๆได้ในปี 2000

 

ในเรื่องของการลงโฆษณาที่จะสร้างรายได้ให้ Shopee

ในระบบของ Shopee มีปริมาณคนเข้าสู่ระบบ (จากทั่วโลก) โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 83.5 ล้านคนต่อเดือน เราก็เฉลี่ยไปซะว่าประมาณ 1,000 ล้านคน ต่อปี ซึ่ง จากจำนวนปริมาณคนเข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซของ Shopee แล้วถ้าเทียบกับลาซาด้าแล้ว ลาซาด้ามีมากกว่าถึง 7 เท่า 
สมมุติว่า ค่าเฉลี่ยจากทุกประเทศแล้ว Shopee สามารถเพิ่มจำนวนคนเข้าสู่ระบบได้อีกมากถึง 10 เท่า หรือ อาจสูงไปถึง 30 เท่า ถ้าหากพวกเขาสามารถเป็นผู้นำ อีคอมเมิร์ซที่มีการเจริญเติบโตสูงในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ โดยที่สมมติฐานนี้ จะเป็นการดูจากการเจริญเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ ตั้งแต่ปี 2017 ถึงปี 2021 เพื่อดูแนวโน้มของการขยายตัวของตลาดอีคอมเมิร์ซ
ถ้าหากลองเปรียบเทียบกับ Amazon ซึ่งเป็น marketplace ที่คล้ายๆกัน การคำนวณมูลค่าคิดจาก จำนวนวิวหรือจำนวนคนเข้าดูสินค้าในผ่านโฆษณา เฉลี่ยอยู่ที่ 1-4 USD ต่อการเข้าชม
แต่ ถ้าเป็น Shopee ซึ่งถือว่าครองโดยบริษัทอย่าง Sea ก็ อาจจะมีราคาที่ ถูก กว่า โดยค่าเฉลี่ยเมื่อถึงปี 2021 น่าจะมีราคาต่อจำนวนการเข้าชมอยู่ที่ 1-2 USD
ตอนนี้เราเริ่มมีตัวเลขที่จะสามารถลองไปคำนวณดูได้แล้ว และด้วยแนวคิดนี้ เราก็สามารถใช้ในการตรวจสอบรายได้จากการโฆษณาของอเมซอนซึ่งมีรายได้สูงถึง 5 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2018
ดังนั้น ถ้าจะลองประเมินรายได้ของ Shopee ในปี 2021 ซึ่งน่าจะมีปริมาณคนเข้าชมสูงขึ้นเป็น 30 เท่าของในปัจจุบัน และก็มีราคาต่อการเข้าชม อยู่ที่ 1 USD เราก็สามารถประเมินตัวเลขคร่าวๆ ของรายได้ของ shopee ได้ในลักษณะนี้
1b วิวต่อปี * 30 เท่า  * ($1 / 1000 วิว) = 30m USD
 
และการคำนวณในครั้งนี้ ถ้าหาก Shopee เพิ่มราคาให้กับค่าโฆษณาต่อการเข้าชมเป็น 2 USD ในปี 2021 แล้ว Shopee ก็น่าจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 60 ล้าน USD ต่อปี

 


 

ประเมินอนาคตทางการค้าของ Shopee

 

  1. คู่แข่งนั้นแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน และจะไม่มีวันที่ Start Up ในสายนี้อีคอมเมิร์ซ ที่จะเกิด หรือ สามารถเข้าสู่เกมในเรื่องของค่าขนส่งและค่าธรรมเนียมในการชำระเงินได้อีกต่อไป
 
  1. ยังไม่สามารถเคลียร์ได้ชัดเจนมากนัก ว่า รายได้ที่จะเกิดขึ้นของ Shopee ที่คำนวณนั้นอยู่ที่ประมาณ 30 ถึง 60 ล้าน จะเพียงพอที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ดังนั้น Shopee น่าจะต้องมีไม้เด็ดที่จะออกมาสู้กับ Lazada ของ Alibaba
 
  1. จะเห็นได้เด่นชัดว่า Shopee เป็นเพียงคู่แข่งสำคัญคนเดียวของ Lazada ซึ่งอาจจะใช้รูปแบบหรือโมเดลทางธุรกิจแบบเดียวกันคล้ายๆกัน แต่ก็จะเป็นเรื่องที่ยากขึ้นหาก Alibaba สามารถรวบรวมในเรื่องของโลจิสติกส์ทั้งภูมิภาคได้ทั้งหมดและยิ่งถ้าหากเป็นมหาอำนาจอย่างประเทศจีน ก็จะทำให้ เรื่องของค่าขนส่งของ Shopee นั้นก็จะเริ่มมีปัญหา

 

  1. แล้วโมเดลทางธุรกิจของ shopee นั้นจะยัง work อยู่หรือไม่ เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์