การตลาดออนไลน์ผ่านNintendo Game Store

nintendoswitch eshop game tendo
ร้านขายเกมส์ออนไลน์
Nintendo eShop คืออะไร ??

ก่อนที่เราจะเข้าสู่เรื่องราวของหัวข้อในวันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับเจ้า Nintendo eShop กันเสียก่อน

Nintendo eShop เป็นร้านค้าขายเกมออนไลน์ โดยเปิดตัวครั้งแรกในปี 2011 บนเครื่อง Nintendo 3DS จากนั้นจึงมีการขยายร้านค้าในปี 2012 บนเครื่อง Wii U และล่าสุด 2017 บนเครื่อง Switch ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทางปู่นินทำร้านค้าขายเกมออนไลน์ เพราะก่อนหน้านี้ย้อนไปเมื่อปี 2006 ทางปู่นินก็เคยลองทำร้านขายเกมออนไลน์อย่าง “Wii Shop Channel” สำหรับเครื่อง Wii และ “DSi Shop

eshop game nintendo nintendofamily
ความน่าสนใจของเกมส์อินดี้

ทำไมนักพัฒนาเกมอินดี้ถึงให้ความสนใจ ??

พูดกันจริงๆ เรียกว่าไม่ใช่แค่สนใจแล้ว เพราะเหล่าเกมอินดี้จำนวนมากได้มาเล่นกันแทบทุกเดือนทุกสัปดาห์ เรียกได้คอเกมอินดี้ว่ามีเกมใหม่ให้เล่นกันแทบทุกสัปดาห์กันเลยทีเดียว Nintendo ในยุคของ Nintendo Switch เรียกได้ว่าจัดหนักและเอาใจนักพัฒนาเกมอินดี้แบบสุดๆ ด้วยการโปรโมตเกมขึ้นแชแนลยูทูปของทาง Nintendo โดยตรง แถมยังมีโครงการ Nindie ที่จะเอาเกมอินดี้ดี ๆ มารวมกันและนำมาเสนอในรูปแบบของการไลฟ์เปิดตัวเกมแบบสด ๆ อย่าง Nintendo Direct แบบพิเศษ อย่าง Nindie Showcase, Indie Highlight, Indie World และหากเกมอินดี้เกมไหนดีก็จะได้โผล่ใน Nintendo Direct ใหญ่กันเลย เรียกได้ว่าทำเกมดี ๆ ปู่ก็พร้อมที่จะโปรโมตให้โดยที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายงบการตลาดมากมายอะไร (แต่อาจจะมีหักค่าต๋งและค่าลิขสิทธิ์เครื่องคอนโซลเล็กน้อยตามปกติ)

Indie Highlights หนึ่งในรายการถ่ายทอดสดเปิดตัวเกมอินดี้ของทางฝั่ง Nintendo

nintendo game eshop nintendofamily
วัฒณธรรมแฟนเกมส์
วัฒนธรรมของแฟนเกมที่เอื้อเป็นอย่างมาก

เราเคยพูดถึงเรื่องของวัฒนธรรมแฟนเกมของ Nintendo ไปบ้างแล้วในบทความ 5 สาเหตุทำไม Playstation Classic ถึงไม่ประสบความสำเร็จ เป็นบทความฝั่ง Sony ที่ทางผู้เขียนพูดถึงปู่นิน หลายๆ คนอาจจะมองว่าผู้เล่นเครื่องฝั่ง Nintendo เป็นพวก Casual Player ซึ่งนั้นก็จริงส่วนหนึ่ง เพราะว่ายุค Wii, DS ก็มีผู้เล่นกลุ่มนี้เยอะพอสมควร แต่หากมาดูกันจริงๆ แล้ว ส่วนใหญ่ผู้เล่นของฝั่งปู่นินมักจะเป็นพวก “Core Gamer” ที่จะแคชชวลก็ได้จะฮาร์ดคอร์ก็ได้ ไม่ได้เกี่ยงว่าจะต้องภาพสวย เนื้อเรื่องล้ำ ๆ และไม่ได้เกี่ยงว่าจะต้องภาพพิกเซล เพราะสิ่งที่สาวกของปู่นินให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งก็มีเพียงแค่ “Gameplay” ที่ต้องล้ำต้องดี ส่วนอย่างอื่นไม่เป็นไร เกมสนุกและดีงามก็พอแล้ว ถามว่าทำไมกลุ่มผู้เล่นของฝั่ง Nintendo ถึงเป็นอย่างนั้น คงต้องบอกว่าการออกแบบเกมของ Nintendo ที่หลาย ๆ คนมองว่ามันอาจจะการ์ตูน แต่ผู้เขียนกลับมองว่านี่คือการออกแบบเกมที่ดูฉลาดมาก ด้วยการนำเสนอกราฟิกที่ดู “เป็นกลาง” ต่อผู้เล่นทุกกลุ่ม กล่าวคือมันไม่ดูเด็กและมันไม่ได้ดูสมจริงแบบเกม AAA หลาย ๆ เกมในสมัยนี้ และ Nintendo ก็ยึดหลักนี้ในการออกแบบเกมของพวกเขาเสมอ สังเกตที่ตัวเกมที่ภาพมีความละเอียดขึ้นเรื่อย ๆ แต่อาร์ตสไตล์ก็จะยังคงเดิม

ตัวอย่างงานภาพของ Breath of the Wild ที่มีความเป็นการ์ตูน แต่ก็ดูไม่เด็กจ๋าจนเกินไป

นอกจากเรื่องของภาพแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องที่ปู่นินถนัดและขึ้นชื่อมากที่สุดนั้นก็คือ Gameplay ที่ได้มีการเจาะตลาดชัดเจนว่าเกมไหนมีความลึกหรือความยากขนาดไหน โดยไม่ได้ใช้ระดับความยากเป็นตัววัดตามสมัยนิยม แต่จะเน้นการไต่ระดับความยากมากกว่า หรือบางเกมที่ทำมาเพื่อเอาสนุกสำหรับทุกเพศทุกวัยก็จะมีความยากที่น้อยลง และเกมไหนที่ทำมาเพื่อเกมเมอร์สาวกปู่นินแบบสุดซึ้ง พวกเขาก็จะจัดหนักจัดเต็มเรื่องความยากไม่แพ้กัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเกมของ Nintendo ทำหลาย ๆ คนหัวร้อน

และยิ่งกับ Nintendo Switch ที่พกพาไปได้ทุกที่ ทำให้เปิดโอกาสในการเล่นเกมใหญ่เกมเล็กได้ทุกที่ จากเดิมที่ซื้อเกมอินดี้มาแต่ไม่มีเวลาเล่น เพราะเอาเวลาไปลงกับเกมใหญ่บน PC หมด แต่ตอนนี้ก็สามารถหยิบเกมเล็ก ๆ มาเล่นในห้องน้ำได้แบบสะดวกได้ทุกที่ เรียกได้ว่าบันเทิงใจเกมเมอร์เป็นอย่างมาก จริงอยู่ที่ผู้ใช้ Steam กับ Epic Games Store จะมีจำนวนเยอะกว่า Nintendo eShop เป็นอย่างมาก แต่อย่างที่ได้ย้ำตลอดว่า “วัฒนธรรมในการเล่นมันต่างกัน” และจำนวนผู้ใช้งานไม่ได้ชี้วัดถึงตัวเลขยอดขายเสมอไป เพราะได้มีเคสตัวอย่างเกิดขึ้นมาเยอะแล้ว ซึ่งสิ่งที่ผู้เขียนพูดเป็นเรื่องที่อวยเกินจริงหรือไม่ มาดูกัน

eshop game nintendo nintendoswitchfamily
การทำยอดขายของแต่ละปี
ทั้งหมดที่พูดมาไม่ได้อวยแต่มันเป็นเรื่องจริง

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะมีคำถามว่า อวยกันซะขนาดนี้ เอ็งเป็นติ่ง Nintendo อะดิ ซึ่งหากคุณคิดแบบนั้นล่ะก็ คุณคิด ถูกแล้ว ใช่ครับผู้เขียนเป็นแฟนบอยของ Nintendo แบบเข้มข้น แต่แน่นอนว่าผู้เขียนก็ไม่ใช่พวกอวยสุดที่อวยทุกอย่างจนหาข้อเสียไม่ได้ ซึ่งด้วยผลลัพธ์และตัวเลขยอดขายที่ถือว่าเป็นข้อมูลดิบสำคัญสำหรับการสนับสนุนว่า “Nintendo eShop เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในตลาดเกมอินดี้” จริง ๆ จะเป็นผู้เขียนหรือใครก็ตามก็คงต้องยอมรับความจริงกันล่ะครับ

ยกตัวอย่างเกมส์ Blossom Tale : The Sleeping Kingที่วางจำหน่ายใน Steam ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2017 ที่ไม่สามารถทำยอดขายได้ดีพอจนทำเอาบริษัทค่ายเกมเกือบเจ๊งกันแล้ว แต่เมื่อตัวเกมได้ถูกวางจำหน่ายบน Nintendo Switch ในเดือนธันวาคม 2017 กลับสามารถทำยอดขายได้มากกว่าถึงสิบเท่าของ Steam ทั้ง ๆ ที่ผู้ใช้ Nintendo eShop ก็ไม่เยอะเท่า Steam แต่อย่างที่บอกไป “วัฒนธรรมในการเล่นมันต่างกัน และนั้นทำให้ค่ายเกมรอดตายจากการปิดบริษัทและสามารถสร้างสรรค์ผลงานต่อไปเรื่อย ๆ

หรือจะเป็นเกม Monster Boy and the Cursed Kingdom เกมคุณภาพสูงที่ได้วางจำหน่ายไปเมื่อเดือนธันวาคม 2018 ซึ่งเรายังไม่ได้เห็นตัวเลขยอดขายที่ชัด แต่ทางทีมพัฒนาก็มากล่าวขอบคุณ พร้อมได้บอกว่าพวกเขาทำยอดขายบน Nintendo Switch ได้มากกว่าแปดเท่าของทุกคอนโซลรวมกัน เรียกได้ว่าชัดเจนมากๆ ว่า Nintendo eShop มันดีไปเสียหมดสำหรับตลาดเกมอินดี้ ขนาดที่ว่าทุกคอนโซลรวมกันยังสู้ยอดขายบน Switch ไม่ได้

หรือจะเป็นเกม Death Squared, Oceanhorn และ Wonderboy ที่สามารถทำยอดขายเปิดตัวได้มากกว่าบนแพลตฟอร์มอื่น ทั้งที่แพลตฟอร์มอื่นก็มีขนาดคอมมูนิตี้และผู้ใช้งานที่มากกว่า จนเกมอินดี้หลาย ๆ เกมต้องถึงกับต้องไปร่วมโปรแกรมของทาง Nintendo เพื่อทำเป็น Time Exclusive เพื่อลงให้กับเครื่อง Nintendo Switch ก่อนเครื่องอื่น เป็นเวลาหลายเดือนเลยทีเดียว

เพราะฉะนั้นผู้เล่น Nintendo Switch บางกลุ่มอาจจะต้องทำใจ เพราะในเมื่อมีเคสตัวอย่างที่สามารถทำยอดขายได้สูงแบบชัดขนาดนี้ คุณก็คงได้เห็นบรรดาเหล่าเกมอินดี้ต่างพามาพอร์ตและมาลงเครื่องกันแน่ ซึ่งเอาจริง ๆ หากไม่ติดที่ว่าคุณยึดติดกับเกม AAA เกมอินดี้เหล่านี้ก็พร้อมให้ความสนุกกับคุณไม่แพ้เกมใหญ่ ๆ เลย หากมีใครบอกว่า Nintendo Switch เครื่องเล่นเกมพอร์ต เครื่องเล่นเกมอินดี้เราก็ต้องยอมรับตามความจริง เพราะมันเป็นแบบนั้น ที่เกมอินดี้ขนมาลงเยอะ ซึ่งเราก็ทำได้แต่มองอย่างเงียบๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น