การทำการตลาดออนไลน์ผ่าน app foodpanda

โอกาสทางธุรกิจ

ความท้าทายในธุรกิจ

สั่งอาหารออนไลน์ เดลิเวอร์ลี่

Food Panda กับกลยุทธ์ป่าล้อมเมืองของผู้มาทีหลัง (วิเคราะห์)

ธุรกิจสั่งอาหารออนไลน์คือโอกาสเติบโตทุกลมหายใจ จากการคาดการณ์ของ Food Panda ปริมาณการเริ่มสั่งซื้ออาหารผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่จะมีมากกว่า 1.5 ล้านออเดอร์ จากทั่วประเทศ ซึ่งยอดการสั่งซื้อในปีนี้มีการเติบโต 6-7 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2562 และมีการเติบโตอย่างอย่างแพร่หลายและต่อเนื่องไม่หยุดจนถึงอนาคต

การเดินหน้าของการสั่งออเดอร์ยิ่งทำให้การแข่งขันในฟู้ดเดลิเวอรี่รุนแรงจากเดิมขึ้นจากคู่แข่ง อย่าง4 แพลตฟอร์มหลัก ทั้ง LINE MAN Wong Nai, Grab, gojek, Food Panda และผู้เล่นใหม่อย่าง Robinhood ที่เข้ามาแย่งชิงกลุ่มลูกค้าเมื่อคิดจะสั่งซื้ออาหารผ่านช่องทางออนไลน์

การเริ่มแข่งที่เริ่มมีความรุนแรงขึ้นจากแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่เริ่มจะเน้นไปที่การผลาญเงินเพื่อใช้เป็นส่วนลดค่าอาหารในแคมเปญต่าง ๆ รวมถึงการใช้เพื่อสั่งหรือซื้อและซัพพอทค่าส่งอาหาร เพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่มี Brand Loyalty กับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งเป็นหลัก แต่จะเลือกสั่งอาหารจากแพลตฟอร์มที่ให้ความคุ้มมากสุด

เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้เข้ามาในตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่อย่าง Food Panda จึงต้องหาแนวทางการแข่งขันเพื่อสร้างจุดต่างและพาตัวเองเติบโตด้านความถี่ในการใช้งานท่ามกลางคู่แข่งที่ร้อนระอุจากคู่แข่งรอบ ๆ ตัว

โดยแนวทางของ Food Panda ที่เรามองว่ามีความน่าสนใจประกอบด้วยกัน 2 แนวทาง คือ

1. Hyperlocalization

Food Panda ใช้กลยุทธ์ Hyperlocalization ขยายการให้บริการไปยังต่างจังหวัด แทนการเล่นสงครามบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก

ปัจจุบัน Food Panda ประกาศชัดเจนแล้วว่าคือแพลตฟอร์มที่ให้บริการทั้งหมด 77 จังหวัดรายแรกในประเทศไทย ซึ่งการรุกตลาดต่างจังหวัดของ Food Panda เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2557 ที่เชียงใหม่

การที่Food Pandaลงเล่นต่างจังหวัดมีโอกาสและความท้าทายที่น่าสนใจ คือ

โอกาสทางธุรกิจ

การลงเล่นตลาดต่างจังหวัดครบ 77 จังหวัดของFood Pandaเป็นกลยุทธ์ในการแข่งขันที่เข้าไปเปิดฐานลูกค้าใหม่ ๆ ที่คู่แข่งไม่มี และทำให้Food Pandaกลายเป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับลูกค้าที่ต้องการสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ โดยไม่มีคู่แข่งมาแย่งลูกค้าไปได้

คู่แข่งรายใหญ่ในฟู้ดเดลิเวอรี่ทั้งหมดลงเล่นในสนามกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดหัวเมืองใหญ่ที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ เป็นหลัก

อย่างเช่น

LINE Man ให้บริการทั้งหมดใน 14 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาครนครปฐม ปทุมธานี ชลบุรี ภูเก็ต เชียงใหม่ นครราชสีมา อยุธยาสงขลา ขอนแก่น อุดรธานี และ สุราษฎร์ธานี เป็นต้น

Grab ให้บริการลูกค้าเริ่มใน 32 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม พิษณุโลก นครสวรรค์ เชียงใหม่ เชียงราย อุตรดิตถ์ ร้อยเอ็ดขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี อุบลราชธานี บุรีรัมย์ มหาสารคาม ลำปาง หนองคาย สุรินทร์ ชัยภูมิ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ราชบุรี เพชรบุรี กาญจนบุรี สงขลา ภูเก็ต นครศรีธรรมราช  และสุราษฎร์ธานี

Gojekได้เปิดให้บริการทั้งหมด 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม และสมุทรสาคร

ส่วน Robinhood ให้บริการเพียงกรุงเทพฯ และปริมณฑล เท่านั้น

การเข้าไปเล่นในสนามต่างจังหวัดที่คู่แข่งไม่เล่น ทำให้ในปัจจุบันFood Pandaมีสัดส่วนของออเดอร์อาหารในต่างจังหวัดมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับคำสั่งซื้อทั้งหมดเลยทีเดียว

ความท้าทายในธุรกิจ

ส่งอาหารออนไลน์ การทำธุรกิจ

การเริ่มขยายไปต่างจังหวัดของFood Pandaอาจจะครอบคลุมเพียงอำเภอเมืองและอำเภอใหญ่ในแต่ละจังหวัดเท่านั้น แต่ในอนาคต อเล็กซานเดอร์ เฟลเดอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ดแพนด้า (ประเทศไทย) จำกัด ต้องการขยายพื้นที่ไปยังอำเภออื่น ๆ เพื่อเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ ๆ ที่กว้างขึ้น

แต่การเข้าไปในตลาดต่างจังหวัดไม่ใช่แต่มีโอกาสเพียงอย่างเดียว เพราะความท้าทายที่สำคัญ คือ พฤติกรรมผู้บริโภคต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดรอง ๆ ยังไม่คุ้นเคยกับการสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่

ซึ่งความท้าทายนี้ Food Pandaใช้กลวิธีเดินสายโร้ดโชว์ตามที่ต่าง ๆ พร้อมกับสอนวิธีการสมัครและการใช้งาน รวมถึงการทำโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้คนต่างจังหวัดใช้งานมากยิ่งขึ้น

ซึ่งกลยุทธ์เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคในต่างจังหวัดเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง เพราะถ้าไม่มีแคมเปญโปรโมชั่นออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้เข้ามาใช้งานอยู่เสมอ โอกาสในการเติบโตในจังหวัดรอง ๆ ก็อาจจะเหนื่อยหน่อยเพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคในบางจังหวัดที่ยังใช้แพลตฟอร์มในรูปแบบไม่มากนักอาจจะยังติดกับพฤติกรรมการเดินทางไปรับประทานอาหารที่ร้านแทนเพราะมองว่าการเดินทางสะดวกจากการจราจรที่ไม่ติดขัด และการสั่งผ่านแพลตฟอร์มมีความยุ่งยากและต้องเสียเวลารอให้ไรเดอร์ซื้ออาหารมาส่งถึงที่

แข่งขัน ทำธุรกิจ

2. ร้านอาหารเล็ก

Food Panda มีแนวทางในการขยายธุรกิจผ่านร้านอาหารขนาดเล็กเป็นหลัก

โดยในปัจจุบันFood Pandaมีร้านอาหารในแพลตฟอร์มรวมกันมากถึง 120,000 ร้าน แบ่งเป็นร้านขนาดเล็ก 90% และร้านอาหารใหญ่ และร้านอาหารเชน 10%

การลงเล่นในร้านอาหารขนาดเล็กโอกาส คือการสร้างความถี่ให้ผู้ใช้บริการเข้ามาสั่งอาหารเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพราะร้านอาหารขนาดเล็กส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่มีราคาไม่แพง มีความหลากหลาย สามารถสั่งผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนได้ทุกวัน

และการลงเล่นร้านอาหารขนาดเล็ก Marketeer ยังมองว่าFood Pandaยังได้ค่า GP ที่ดีกว่าร้านอาหารขนาดใหญ่และร้านอาหารเชนที่มีอำนาจในการต่อรองค่า GP ที่สูงเพราะมีวอลุ่มในการสั่งซื้อแต่ละครั้งในจำนวนเงินต่อออเดอร์ที่สูงกว่าร้านอาหารขนาดเล็ก

แต่ความท้าทาย ในการลงเล่นร้านอาหารขนาดเล็ก คือ ค่า GP ที่เก็บกับร้านอาหาร ทำให้ร้านอาหารขนาดเล็กบางร้านที่มีมาร์จิ้นต่ำไม่สามารถจำหน่ายอาหารผ่านแพลตฟอร์มในราคาปกติได้ และทำให้ร้านอาหารบางร้านที่ขายอาหารผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่จำเป็นต้องเพิ่มราคาจำหน่ายให้สูงกว่าหน้าร้าน หรือลดปริมาณอาหารลงเพื่อความอยู่รอด

และความท้าทายอีกประการหนึ่ง คือในตลาดร้านอาหารขนาดเล็กในเขตกรุงเทพฯ มี Robinhoon ที่เน้นสร้างฐานลูกค้าจากร้านอาหารขนาดเล็กเช่นกัน และ Robinhood ยังมีความได้เปรียบคือไม่เก็บค่า GP กับร้านค้า ทำให้อาหารในแพลตฟอร์ม Robinhood ในบ้างร้านอาจจะมีราคาที่ถูกกว่าแพลตฟอร์มอื่น ๆ

ทั้งนี้ แม้ธุรกิจ ฟู้ดเดลิเวอรี่ จะมีโอกาสมหาศาลจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค แต่การแข่งขันในธุรกิจนี้ยังคงขาดทุนอย่างต่อเนื่องจากการแข่งขันในธุรกิจ โดย 3 ปีที่ผ่านมาอ้างอิงจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า Food Panda มีรายได้รวมและขาดทุน ดังนี้

2560     210.21 ล้านบาท ขาดทุน 39.57 ล้านบาท

2561     258.95 ล้านบาท ขาดทุน 138.80 ล้านบาท

2562     818.16 ล้านบาท ขาดทุน 1,264.50 ล้านบาท

เพราะธุรกิจนี้กว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้ต้องสายป่านยาวมากพอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น